Melasma Away

จบปัญหา กระ ฝ้าที่เกิดทั่วทั้งใบหน้า ด้วยตัวยาสูตรเข้มข้น

“ฝ้า” นับเป็นหนึ่งปัญหากวนใจคุณผู้ชายและคุณผู้หญิงหลายๆ คน เพราะฝ้าทำให้เรารู้สึกกังวล และไม่มั่นใจในผิวหน้า โดยเฉพาะเวลาที่ต้องออกไปพบปะกับผู้คน และยิ่งช่วงวัยข้ามผ่านเลข 3 ยิ่งรู้สึกว่าฝ้ามักจะเห็นได้เด่นชัดมากขึ้น

ฝ้าเกิดได้ยังไง? ฝ้าเกิดจากการที่ผิวถูกกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างเม็ดสี (Melanocytes) ในชั้นผิวหนัง ทำให้เห็นเป็นสีคล้ำตั้งแต่จุดเล็กๆ กระจายทั่วใบหน้า หรือเป็นวงรอยด่างดำขนาดใหญ่ในบริเวณที่ถูกกระตุ้นเยอะที่สุด

ซึ่งปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้เกิดการสร้างเม็ดสี (Melanin) ที่มากเกินไปนั้น โดยมักมีสาเหตุมาจากแสงแดดที่เป็นตัวเร่งให้เกิดการผลิตเม็ดสีที่มากเกินปกติ ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดเป็นรอยสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงเทา ส่วนมากจะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ในช่วงวัย 30-55 ปี


ฝ้าเกิดที่ไหนได้บ้าง?

โดยปกติแล้วฝ้าสามารถเกิดได้ทั่วทั้งบนหน้า โดยเกิดได้

  • ที่

โหนกแก้มทั้งสองข้าง
  • หน้าผาก
  • จมูก
  • เหนือริมฝีปาก
  • คาง
  • คอ
  • หน้าอกส่วนบน
  • แขน 2 ข้าง

ปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดฝ้า?

  1. พันธุกรรม
  2. 
การโดนแดด
  3. ฮอร์โมน
  4. ผลจากการแพ้เครื่องสำอางบางประเภท

MELASMA AWAY

ปัญหาฝ้าจะหมดไป ด้วยการส่งผ่านตัวยาเข้มข้น สกัดการแบ่งตัวของเม็ดสีดำและเมลานินอันไม่พึงประสงค์ ทำหน้าที่เข้าไปยับยั้งการทำงานของเม็ดสีเมลานิน เพื่อช่วยชะลอโอกาสการเกิดฝ้าทั้งชั้นลึกและชั้นตื้นของผิว ลดรอยดำ ลดความหมองคล้ำ

เป็นการฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายให้กลับมาดูสดใส เปล่งปลั่งขึ้นจากภายใน เห็นผลลัพธ์ได้รวดเร็วและดีกว่าการรักษาฝ้าด้วยวิธีอื่น เช่นการทาครีม ทำเลเซอร์ ซึ่งนอกจากทำให้ฝ้าจางลงยังช่วยปรับให้ผิวนุ่ม เนียนละเอียดขึ้นอีกด้วย

รักษากี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

โปรแกรม MELASMA AWAY เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรฉีดทุกๆ สองสัปดาห์ต่อเนื่องกัน 3-10 ครั้ง จำนวนครั้งที่ฉีดจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นกับความหนาและความเข้มของฝ้า

การดูแลตัวเองหลังทำ MELASMA AWAY

1.หลีกเลี่ยงแสงแดด

หลีกเลี่ยงการโดนแดดโดยตรงเป็นเวลานาน หากจำเป็นจริงๆ ให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF50 PA+++ ขึ้นไป เติมทุกๆ สองชั่วโมง และควรหาที่บังแดดเล็กน้อยอย่างการใส่หมวก หรือพกร่ม

 2. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์

ไม่ควรใช้เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมแอลกอฮอล์เป็นปริมาณมากเพราะหากแพ้อาจทำให้เกิดรอยดำลักษณะคล้ายฝ้าได้

3.ทาครีมกันแดดเป็นประจำ

ในชีวิตประจำวันทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 PA+++ ขึ้นไปทุกวัน ไม่ว่าจะทำกิจกรรมกลางแจ้งหรืออยู่ในออฟฟิศก็ตาม

 4. มีวินัยในการรักษา

มีวินัยในการดูแลตัวเองทาครีม รับประทานยาหรือเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

Ask the Experts