การทำให้ใบหน้าดูมีมิติและมีเสน่ห์น่ามอง 'จมูก' ถือเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมาก เนื่องจากรูปทรงจมูกที่สวยโด่งเป็นสันจะทำให้หน้าผาก ปาก และ คาง ดูสมมาตรกัน แต่คนเอเชียส่วนใหญ่จะมีรูปทรงจมูกที่แบน ป้าน ปีกจมูกบาน และ ไม่มีดั้ง การทำศัลยกรรมจมูก หรือ 'เสริมจมูก' นั้นจึงเป็นการช่วยปรับเพิ่มหรือลดขนาดของจมูกเพื่อความสวยงาม การศัลยกรรมจมูกด้วยเทคนิคเฉพาะของ KKC ซุปตาร์ โน้ส (Sup'Tar Nose) ช่วยปรับเปลี่ยนจมูกและรูปหน้าให้ดูสวยงามน่ามองยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับโพรงจมูก ปีกจมูก หรือ ปลายจมูก อีกทั้งยังสามารถแก้ไขปัญหาจมูกผิดรูปจากอุบัติเหตุ และช่วยในเรื่องปัญหารระบบทางเดินหายใจได้อีกด้วย

1. การผ่าตัดแบบปิด (Close technique)

เป็นการเปิดแผลภายในโพรงจมูกแล้วค่อยๆ นำซิลิโคนใส่เข้าไป ซึ่งการศัลยกรรมจมูกด้วยวิธีนี้จะทำให้ดั้งจมูกเป็นทรงสวย พอหลังจากใส่ซิลิโคนเข้าไปแล้ว แพทย์จะพิจารณาว่าจะใช่กระดูกอ่อนส่วนไหน หรือ หนังเทียมส่วนไหนเข้ามาเสริม เพื่อเพิ่มเติมให้จมูกเป็นรูปทรงสวยรับกับใบหน้าของคนไข้มากที่สุด โดยขั้นตอนนี้จะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เข้ารับการเสริมจมูกด้วย โดยแพทย์จะทำการชี้แจงขั้นตอนการผ่าตัดทั้งหมดก่อนเข้ารับการศัลยกรรมจมูก

2. การผ่าตัดแบบเปิด (Open technique)

คือการผ่าตัดโดยที่มีแผลอยู่ทั้งภายในและภายนอกโพรงจมูก หรือก็คือการผ่าตัดแบบ 'เปิดจมูก' ก่อนจัดใส่ซิลิโคนเข้าไป วิธีนี้จะทำให้แพทย์เห็นโครงสร้างภายในจมูกของคนไข้มากขึ้น เพื่อแต่งเติมจมูกให้มีรูปทรงที่สวยเป็นธรรมชาติ และอาจจะต้องใช้เทคนิคนี้กับคนไข้ที่เดิมมีพื้นฐานทรงจมูกที่ไม่สมส่วนนัก ยกตัวอย่าง ในกรณีที่จะต้องผ่าตัดสันจมูกที่มีขนาดใหญ่ให้เล็กลง หรือ การตกแต่งปลายจมูกให้พุ่งขึ้น หรือ ทำให้มีปลายหยดน้ำมากขึ้น นั่นเอง

จมูกทรงไหน...เข้ากับใบหน้า?​

'อายุน้อย' ศัลยกรรมจมูกได้มั้ย?

'เสริมจมูก' เป็นศัลยกรรมที่คนนิยมทำกันมากไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่สำหรับเรื่องอายุนั้น ผู้ที่เข้ารับการศัลยกรรมจมูกจะต้องมีอายุถึงเกณฑ์ก่อน โดยอายุที่เหมาะสมคือมากกว่า 16 ปี เพราะหากอายุน้อยเกินไป โครงหน้าจะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าได้อีก

มีปัญหา 'จมูก' KKC พร้อมให้คำปรึกษา

จมูกเป็นอวัยวะที่มีผลต่อภาพรวมของใบหน้าทั้งหมด จึงไม่แปลกที่ผู้เข้ารับการศัลยกรรมจมูกจะรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่ออกมา โดยทาง KKC Khongkwan Clinic มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการศัลยกรรมจมูกโดยเฉพาะที่จะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกระบวนการต่างๆ ในการเข้ารับการผ่าตัด และให้คำแนะนำรูปทรงจมูกที่เหมาะกับใบหน้าของคนไข้แต่ละคน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจที่สุด

ทำไมต้องศัลยกรรมจมูกที่ KKC?

  • จมูกโด่งสวยดูเป็นธรรมชาติ ด้วยเทคนิคการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกแบบ Sup'Tar Nose ที่ KKC ของขวัญคลินิก
  • ผลลัพธ์ของการศัลยกรรมจมูกออกมารับกับรูปหน้า โดยแพทย์จะให้คำปรึกษาเรื่องรูปทรงของจมูกเพื่อให้คนไข้ได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ผ่าตัดศัลยกรรมจมูกมานานหลายปี
  • ห้องผ่าตัดสะอาดและมีเครื่องมือแพทย์ทันสมัย ตรงตามมาตรฐานสากล

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดศัลยกรรมจมูก

ขั้นตอนการผ่าตัดศัลยกรรมจมูก

การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน ขั้นตอนการผ่าตัดไม่ยุ่งยากซับซ้อนและใช้เวลาไม่นาน ในเคสบางเคสใช้เวลาเพียง 1 ชม.เท่านั้น เริ่มจากแพทย์จะให้ยานอนหลับและฉีดยาชาโดยรอบจมูก จากนั้นจะเปิดแผลเล็กๆ บริเวณขอบรูจมูกเพื่อสร้างช่องว่างใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก แล้วใส่แท่งซิลิโคนเข้าไป โดยการเปิดช่องว่างนี้อาจเปิดข้างเดียวหรือสองข้างของโพรงจมูกก็ได้ขึ้นอยู้กับการพิจารณาของแพทย์ เมื่อจัดวางซิลิโคนเรียบร้อยดีแล้ว และรูปทรงจมูกเป็นที่น่าพอใจก็จะเย็บปิดแผล ปิดตามด้วย พลาสเตอร์ หรือ เฝือกจมูก ป้องกันไม่ให้จมูกผิดรูปขณะพักฟื้นและช่วยลดอาการบวมหลังการผ่าตัด โดยปกติ การศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคนเป็นการผ่าตัดเล็ก หลังทำไม่จำเป็นต้องนอนพักค้างคืนที่โรงพยาบาล แค่นอนพักประมาณ 1-2 ชั่วโมง จนกว่ายานอนหลับจะหมดฤทธิ์ พอรู้สึกตัวดี ก็สามารถกลับบ้านได้เลย

การดูแลหลังการผ่าตัดศัลยกรรมจมูก

  • แพทย์จะดูอาการหลังการผ่าตัดว่ามีอาการผิดปกติอะไรหรือไม่ ก่อนให้กลับบ้านได้

  • อาจใช้เวลาพักฟื้น 1 สัปดาห์ คนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับไปทำกิจกรรมปกติได้ในสัปดาห์ที่ 2 -3

  • อาจมีอาการบวมแดงหลังการผ่าตัด ใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์เพื่อให้อาการบวมลดลง

  • ควรนอนหนุนหมอนสูงติดต่อกันอย่างน้อย 2 วันเพื่อลดอาการบวม

  • หลีกเลี่ยงการอาบน้ำด้วยน้ำอุ่นจัดเพราะจะทำให้เหงื่อออกบริเวณจมูก หรือ ทำให้บริเวณผ้าที่ปิดแผลเปียก เพราะอาจทำให้แผลหายช้า

  • หลีกเลี่ยงการแกะแผลบริเวณจมูก

  • หลีกเลี่ยงการจามแบบปิดจมูกเพราะจะทำให้เกิดแรงดัน ควรจามแบบเปิดปากและห้ามสั่งน้ำมูก

  • หลีกเลี่ยงฝุ่นและควัน หากเลี่ยงไม่ได้ควรใช้ผ้าปิดจมูกเพื่อป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ อย่างน้อย 4-6 สัปดาห์

  • รับประทานยาแก้ปวดเมื่อมีอาการปวด ยาที่สามารถใช้ได้ ได้แก่ ยาพาราเซตามอล หรือ ยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง ควรหลีกเลี่ยงยาแอสไพรินและยาไอบูโพรเฟน

🚩นัดคิว จองโปรโมชั่น และสอบถามเพิ่มเติม

Line : @khongkwanclinic หรือ โทร 092 350 3501-9