เจาะลึกปัญหาใต้ตา และความจำเป็นของการแก้ไขด้วย ฟิลเลอร์ใต้ตา

ฟิลเลอร์ใต้ตา

ปัญหาใต้ตาที่ตามมาเมื่ออายุมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องริ้วรอยร่องลึกใต้ตา ความเหี่ยวย่นบริเวณใต้ตา ใต้ตาคล้ำ ดำลึก ปัญหาถุงใต้ตา มักตามมาไม่หยุดหย่อน เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นมาแล้ว จะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร และการแก้ไขปัญหาด้วยการฉีดฟิลเลอร์  จะช่วยแก้ไขอะไรเกี่ยวกับปัญหาใต้ตาได้บ้างไปติดตามกันได้เลย

จริงๆแล้ว ปัญหาใต้ตา เกิดจากอะไรได้บ้าง?

  1. อายุที่เพิ่มขึ้นตามวัย
    เมื่ออายุมากขึ้นการผลิตคอลลาเจนใต้ผิวหนังจะเริ่มลดลงและความยืดหนุ่นของผิวหนังก็เริ่มหมดไป ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอยต่างๆตามมาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่เป็นบริเวณผิวหนังที่บอบบาง ริ้วรอยเลยเกิดง่ายกว่าบริเวณอื่นๆ
  2. พฤติกรรมส่วนตัว
    การนอนดึก การอดนอนเป็นเวลานานๆ รวมไปถึงการแต่งหน้าใช้เครื่องสำอางค์บางชนิด พฤติกรรมการที่เราชอบขยี้ตาบ่อยๆ ก็คืออีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาใต้ตาคล้ำและเกิดริ้วรอยได้โดยที่เราไม่รู้ตัว
  3. การดื่มน้ำน้อยเกินไป
    เมื่อร่างกายขาดน้ำ และไม่ได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอ จะทำให้ผิวหนังจะขาดความชุ่มชื้นจนเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยใต้ตาได้
  4. อาการภูมิแพ้
    ในช่วงที่ร่างกายอ่อนแอ พักผ่อนไม่เพียงพอ และมีอาการภูมิแพ้กำเริบขึ้นมา จะส่งผลทำให้ใต้ตาคล้ำกว่าปกติ สำหรับบางคนอาจมีอาการช้ำเป็นสีม่วงหรือเขียวเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยกับคนที่เป็นภูมิแพ้
  5. ผิวใต้ตาถูกทำร้ายจากแสงแดด
    การโดนแดดเป็นเวลานานและไม่ได้มีการป้องกัน จะทำให้ผิวหนังผลิตเม็ดสีผิวเมลานิน มากขึ้น ส่งผลให้บริเวณใต้ตาเกิดความหมองคล้ำได้อย่างชัดเจน

ปัญหาใต้ตาที่เกิดขึ้นแล้ว จะแก้ไขอย่างไรได้บ้าง?

  1. ปรับพฤติกรรม
    เริ่มจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อลดอาการล้าของดวงตา หลีกเลี่ยงการขยี้บริเวณรอบดวงตาแรงๆ และการโดนแสงแดดเป็นเวลานานๆ รวมไปถึงการทำความสะอาดรอบดวงตาหลังแต่งหน้าให้สะอาดหมดจด
  2. ทาอายครีม
    การทาอายครีม เพื่อบำรุงบริเวณรอบดวงตา เป็นอีกหนึ่งวิธีง่ายๆ ที่ช่วยแก้ปัญหาใต้ตาคล้ำและริ้วรอยได้แต่อาจใช้เวลานานและต้องทาบำรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
  3. ทำเลเซอร์บริเวณใต้ตาให้กระจ่างใสขึ้น
    การทำเลเซอร์ใต้ตาส่วนใหญ่เน้นผลลัพธ์ในการทำลายเม็ดสีซึ่งจะช่วยในแก้ไขในเรื่องของความคล้ำแต่ไม่สามารถช่วยเติมเต็มร่องลึกและริ้วรอยได้
  4. การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา
    การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก รวดเร็วและเห็นผลลัพธ์ชัดเจน ซึ่งช่วยในการเติมเต็มร่องลึก ช่วยในการยกระชับผิว ลดริ้วรอยแห่งวัย ลดความหมองคล้ำใต้ตา บอกเลยว่าการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตานั่นสามารถ จบได้เกือบทุกปัญหาใต้ตาเลยทีเดียว

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นการ  การฉีดสารประเภท Hyaluronic Acid (HA) เพื่อเติมเต็มผิวบริเวณใต้ตา หรือเติมเต็มบริเวณหน้าแก้มเพื่อยกและดันให้บริเวณใต้ตาแลดูเต็มขึ้น ซึ่งผลลัพธ์โดยรวมจะทำให้ใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้า สดใสขึ้น ร่องลึกใต้ตาดูตื้นขึ้น และริ้วรอยต่างๆจางหายไป รวมไปถึงช่วยลดปัญหาความหมองคล้ำใต้ตาลงได้อย่างชัดเจน ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาสาารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีและชัดเจนที่สุด โดยการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจะใช้ปริมาณของฟิลเลอร์อยู่ที่ 1-2 CC (แล้วแต่การประเมินของแพทย์ผู้ทำการรักษา) ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน  6-18 เดือน (ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาส่วนตัวหลังทำ)

สิ่งที่ควรงดก่อนมาฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  1. งดยาทาชนิดผลัดเซลล์ผิว เช่น Tretinoin (Retin-A), Retinols, Retinoids, Glycolic Acid, หรือครีมในกลุ่ม Anti-Aging ทุกชนิด 
  2. งดอาหารเสริมบางประเภท เช่น วิตามินอี แปะก๊วย น้ำมันปลา ซึ่งอาจมีผลทำให้แผลช้ำ เลือดหยุดไหลช้า
  3. ควรงดการแว็ก การดึง การถอนขนคิ้ว และการสครับบริเวณใต้ตา

ขั้นตอนการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ KKC Clinic

  1. คุณหมอประเมินและวิเคราะห์ปัญหาบริเวณใต้ตา เพื่อการรักษาอย่างตรงจุด และทำการเลือกชนิดฟิลเลอร์ที่เหมาะสมในการฉีด
  2. ทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดก่อนฉีดฟิลเลอร์
  3. แปะยาชาอย่างน้อย 30 นาที
  4. เข้าสู่กระบวนการฉีดฟิลเลอร์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ของ KKC CLINIC
  5. หลังจากฉีดฟิลเลอร์เรียบร้อยแล้ว แพทย์จะทำการปิดรูเข็ม และประคบเย็นเพื่อลดอาการบวม

การดูแลตัวเองหลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  1. ประคบเย็น 1-2 วันแรกเพื่อลดอาการบวม
  2. ดื่มน้ำให้มากขึ้น หลังเติมฟิลเลอร์ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารอุ้มน้ำ การดื่มน้ำเยอะๆ จะช่วยทำให้ฟิลเลอร์อยู่ได้นานขึ้น * แต่ในกรณีเขียวช้ำง่าย ควรลดการดื่มน้ำช่วง 3-4 วันแรก เพื่อทำให้ลดบวมช้ำ
  3. หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดและความร้อน
  4. หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์
  5. งดการแว็กซ์ การถอน การย้อมสีขน หรือใช้ครีมกำจัดขน บริเวณรอบดวงตา
  6. งดดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ 1-2 วัน
  7. งดออกกำลังกายหนักอย่างน้อย 2 วัน
  8. งดทานยา หรือวิตามินที่ทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน Vitamin E, ใบแป๊ะก๊วย ,โสม 1-2 สัปดาห์แรก

รูปภาพก่อนและหลังการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

ทำไมต้อง ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ที่ KKC Clinic

สำหรับใครที่มีปัญหาใต้ตาและต้องการแก้ปัญหาใต้ตาด้วยการฉีดฟิลเลอร์ แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะฉีดที่ไหน ต้องบอกเลยว่าสิ่งที่ควรคำนึงถึงมากที่สุดในการเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคือประสบการณ์ของแพทย์ และที่ KKC CLINIC เรามีทีมแพทย์ที่มากประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์มากกว่า 17 ปี ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์บริเวณใต้ตาถือเป็นจุดสำคัญหากแพทย์ที่ฉีดมีประสบการณ์ไม่มากพอ อาจเสี่ยงกับการฉีดผิดจุด โดยฉีดไปอุดตันเส้น ถึงขั้นทำให้ตาบอดได้ และที่สำคัญว่าทำไมคุณจึงต้องเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่ KKC CLINIC เพราะใช้ฟิลเลอร์แท้คุณภาพสูง บวกกับแพทย์ที่มากประสบการณ์ ทำให้คุณสามารถมั่นใจได้ว่าการเลือกฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาที่ KKC CLINIC มีปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ที่น่าประทับใจอย่างแน่นอน